ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน

Thai Music Meetup – Gan Bei จุดประกายเครือข่ายดนตรีไทย-ไต้หวัน เจรจาธุรกิจกว่า 760 ล้านบาท
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จัดงาน 'Thai Music Meetup – Gan Bei'ณ Zepp New Taipei เพื่อนำเสนอศักยภาพของศิลปินและค่ายเพลงไทยสู่ตลาดต่างประเทศพร้อมสร้างเครือข่ายธุรกิจและความร่วมมือกับพันธมิตรไต้หวัน ตอกย้ำพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และศักยภาพของดนตรีไทยในเวทีโลก โดยดึงผู้ประกอบการดนตรีไทยและไต้หวันเข้าร่วมงานกว่า 150 รายกวาดมูลค่าเจรจาธุรกิจกว่า763 ล้านบาท

นายทวีปราชาภักดีผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นประธานการเปิดงาน พร้อมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานโดยเน้นย้ำว่า “ดนตรีคือภาษาสากลที่ไม่ต้องการล่าม แต่สามารถเชื่อมโยงผู้คนต่างวัฒนธรรมให้เข้าใจกันได้ DITP ไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดงานแต่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทีมคอยหนุนหลังและเปิดประตูเชื่อมต่อพันธมิตรในต่างประเทศ เพื่อผลักดันดนตรีไทยให้เป็นทั้งงานศิลปะและพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างโอกาสทางการค้าได้จริง”
หลังพิธีเปิดงานได้รับเกียรติผู้แทนหน่วยงานภาครัฐไทยในไต้หวันได้แก่นางสาวศุภราเพ็งศรีทอง Deputy Executive Director Thailand Trade and Economic Office, นางสาวกัลยาลีวงค์เจริญ Director Thai Trade Office, Taipei, นายรัชตะแคนยุกต์ Deputy Director Tourism Authority of Thailand, Taipei, และนายพงษ์นรินทร์อุลิศตัวแทนภาครัฐอุตสาหกรรมดนตรีของไทยขึ้นถ่ายรูปรวมเป็นที่ระลึก
ภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักมีผู้เข้าร่วมงานทั้งแขกทั่วไปกว่า 120 รายและแขกผู้มีเกียรติ (VIP Guest) กว่า 30 ราย โดย มีสื่อไต้หวันเข้ามาร่วมเก็บบรรยากาศภายในงาน ไฮไลท์สำคัญคือ กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างตัวแทนค่ายเพลงไทยและผู้ประกอบการดนตรีไต้หวัน ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสความร่วมมือและการขยายเครือข่ายทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

และจากความสำเร็จด้านการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ(Business Matching) มีผู้ประกอบการไทย 12 รายและผู้ประกอบการไต้หวัน 162 รายรวม 163 คู่เจรจามูลค่ารวมสูงถึง763.05 ล้านบาทโดยสรุปผลดังนี้ผลการซื้อ-ขายทันที: 8.52 ล้านบาทคาดหวังมูลค่าซื้อ-ขายภายใน 1 ปี 218.33 ล้านบาทและคาดหวังมูลค่าซื้อ-ขายภายใน 2-5 ปี 536.2 ล้านบาทเฉพาะอุตสาหกรรมดนตรียังไม่รวมอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องเช่นการท่องเที่ยวสื่อและความบันเทิงเป็นต้นเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการไทยชี้ว่ากิจกรรมนี้ช่วยสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและควรจัดอย่างต่อเนื่องโดยเสนอขยายไปยังญี่ปุ่นและเกาหลีขณะที่ผู้ประกอบการไต้หวันยืนยันว่าเห็นศักยภาพดนตรีไทยชัดเจนและมีแนวโน้มร่วมลงทุนจริงใน 1–3 ปี
นอกจากความสำเร็จด้านธุรกิจแล้วในด้านเวทีการแสดงศิลปินไทยได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟนเพลงไต้หวันที่เข้าร่วมชมการแสดงอย่างล้นหลามเกินความคาดหมายศิลปินไทยได้รับเสียงเชียร์และการต้อนรับอย่างดียิ่งสะท้อนถึงพลังของดนตรีที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนได้แม้จะต่างภาษาโดยตลอดค่ำคืนบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและสร้างสรรค์เปิดเวทีด้วย STGZ หรือ Stargazer 2 ศิลปินที่นำวัฒนธรรมไทยมาตีความในรูปแบบร่วมสมัยแนวดนตรีElectronic ผสานผสมดนตรีพื้นบ้านอีสาน
โดยใช้เครื่องดนตรีพิณเพื่อสร้างเสียงที่แปลกใหม่และสะท้อนการเชื่อมต่อระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับยุคดิจิทัล ตามด้วย UNTRYMAEW (อันตรายแมว) ที่มาพร้อมพลังดนตรีสุดมันป็นวงดนตรีแนวเน้นการผสมเสียงสังเคราะห์และบรรยากาศแปลกใหม่ไม่ยึดติดกรอบแนวเพลงแบบดั้งเดิมและมาถึงวงที่ทุกคนรอคอย H3F ศิลปินรุ่นใหม่ที่ไต่อันดับขึ้นสู่เวทีสากลที่มีสไตล์ผสมผสาน Funk, R&B, Soul และPop ในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ และเคยมีทัวร์ในหลายประเทศในเอเชียการมาเล่นที่ไต้หวันครั้งนี้จึงสะท้อนถึงกระแสตอบรับที่ขยายตัวในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง 
ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแสดงจากวง SEIZER ศิลปินไต้หวันสาย Indie Rock/Alternative ที่ได้รับการสนับสนุนจาก TAICCA วงที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังงานล้นเวที เพลงมีจังหวะเร้าใจจนผู้ชมต้องลุกขึ้นมาโดดและเต้นตามสร้างความคึกคักและสนุกสนานอย่างเต็มที่
ชื่องาน 'Gan Be' มีความหมายว่า 'ชนแก้วให้สุดดื่มให้หมด'สื่อถึงการทุ่มเทเต็มพลังของศิลปินทุกคนในทุกโน้ตทุกท่อนเพลงเพื่อส่งต่อความจริงใจและเชื่อมโยงหัวใจของผู้ฟังงานในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นคอนเสิร์ตแต่คือก้าวสำคัญของการต่อยอด Soft Power ดนตรีไทยสู่ระดับนานาชาติ
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด