ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
การเข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงการค้าเสรีระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรภูฏาน

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบความตกลงการค้าเสรีระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรภูฏาน (ความตกลงการค้าเสรี ไทย - ภูฏาน) ซึ่งได้มีการลงนามแล้ว ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568
2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นำความตกลงการค้าเสรี ไทย - ภูฏาน ที่ได้มีการลงนามแล้ว เสนอรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 178 วรรคสอง และวรรคสามของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
3. มอบหมายกรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรดำเนินการออกประกาศที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความตกลงการค้าเสรี ไทย - ภูฏาน มีผลใช้บังคับในสามสิบวันหลังจากไทยและภูฏานได้แจ้งว่ามีการดำเนินกระบวนการภายในประเทศที่จำเป็นสำหรับการมีผลใช้บังคับของความตกลงดังกล่าวแล้วเสร็จ หรือระยะเวลาอื่นใดที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน
4. มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งการเสร็จสมบูรณ์ของการดำเนินกระบวนการภายในประเทศที่จำเป็นของไทยต่อการมีผลใช้บังคับของความตกลงการค้าเสรี ไทย - ภูฏาน ต่อฝ่ายภูฏาน เมื่อรัฐสภามีมติเห็นชอบความตกลงดังกล่าวแล้ว
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ความตกลงการค้าเสรีระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรภูฏานหรือความตกลงการค้าเสรี ไทย - ภูฏาน ที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ (4 พฤศจิกายน 2568) เห็นชอบการแก้ไขความตกลงการค้าเสรีไทย - ภูฏาน และร่างความตกลงการค้าเสรีไทย - ภูฏาน ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ [ซึ่งได้แก้ไขความตกลงดังกล่าว เพื่อให้ความตกลงครอบคลุมถึงเขตบริหารพิเศษเมืองแห่งสติเกเลฟู (GMC)] พร้อมทั้งอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ลงนามในร่างความตกลงฯ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์ และการจ้างงานของภูฏาน (นายนำเยล ดอร์จิ) ได้ลงนามในร่างความตกลงการค้าเสรี ไทย - กูฏาน ผ่านช่องทางการทูต เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งความตกลงดังกล่าวเกิดจากการเข้าร่วมเจรจาของคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย - ภูฏาน (ระดับรัฐมนตรี) เพื่อจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย - ภูฏาน โดยมีวัตถุประสงค์ในการเปิดเสรีและอำนวยความสะดวกทางการค้า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องระหว่างไทยและภูฏาน เพื่อส่งเสริมการค้าทวิภาคีผ่านการกำหนดกฎเกณฑ์ทางการค้าที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังเป็นการสานต่อปฏิสัมพันธ์ทั้งในระดับรัฐและเอกชนระหว่างกัน อันจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการค้าระหว่างสองประเทศในระยะยาวต่อไป
2. ความตกลงการค้าเสรีไทย - ภูฎาน จะมีผลใช้บังคับ 30 วันหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่ออีกฝ่ายเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการภายในประเทศที่จำเป็นสำหรับการมีผลใช้บังคับความตกลงฉบับนี้ ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทยแม้ว่าจะได้มีการลงนามในความตกลงฯ แล้ว แต่เนื่องจากได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม2568 จึงไม่สามารถเสนอความตกลงดังกล่าวไปเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 178 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยต่อไปได้ กระทรวงพาณิชย์จึงได้เสนอความตกลงในเรื่องนี้ที่มีการลงนามแล้วเสนอรัฐสภาให้ความเห็นชอบ และเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว จึงจะดำเนินการเพื่อแสดงเจตนาให้มีผลผูกผันต่อไป
3. โดยที่เรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงเข้าข่ายเป็นเรื่องที่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 4 (7) แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 ประกอบกับไทย และภูฏานตั้งเป้าให้ความตกลงการค้าเสรีไทย - ภูฏาน มีผลใช้บังคับภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 จึงเห็นควรนำเรื่องนี้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไปลง
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 10 มิถุนายน 2569
g13
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด