ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน

ร่างกฎหมายตามมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์

หมวดหมู่: มติ ครม.
วันที่สร้าง วันพุธ, 17 มิถุนายน 2569 12:06
ฮิต: 286

 

ร่างกฎหมายตามมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์

 

Gov 2

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้

          1. ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (สิ้นสุดมาตรการฯ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568) โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นจำนวน 2 เท่า ของรายจ่ายสำหรับค่าใช้จ่าย ดังนี้

              1.1 รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) (คงเดิม)

              1.2 รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) (คงเดิม)

              1.3 รายจ่ายเพื่อการใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax จากผู้ให้บริการ (คงเดิม)

              1.4 รายจ่ายเพื่อการใช้บริการตรวจประเมินระบบสารสนเทศที่ผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Service Provider) จ่ายให้แก่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) (เพิ่มเติม)

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

          2. ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้ ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) (สิ้นสุดมาตรการฯ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568) โดยลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตราร้อยละ 5 อัตราร้อยละ 3 และอัตราร้อยละ 2 เหลืออัตราร้อยละ 1 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่นิติบุคคล (ไม่รวมมูลนิธิหรือสมาคม) และบุคคลธรรมดาผ่านระบบ e-Withholding Tax (คงเดิม) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 รวม 2 ฉบับ เพื่อให้การส่งเสริมการแปลงเป็นดิจิทัล (Digital Transformation) และการใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax เป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง ส่งเสริมให้มีผู้ให้บริการในการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แทนผู้เสียภาษีที่มีข้อจำกัดในการจัดทำ ยื่น หรือส่งเอกสารด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น

          เรื่องเดิม

          สืบเนื่องจาก กค. โดยกรมสรรพากรได้ออกมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 2 มาตรการ ดังนี้

          1) มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ โดยตราพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 766) พ.ศ. 2566 เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นจำนวน 2 เท่า ของรายจ่าย สำหรับ 1) รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt 2) รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบ e-Withholding Tax และ 3) รายจ่ายเพื่อการใช้บริการ ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax จากผู้ให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

          2) มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) โดยออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 389 (พ.ศ. 2566)อกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ เพื่อลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตราร้อยละ 5 อัตราร้อยละ 3 และอัตราร้อยละ 2 เหลืออัตราร้อยละ 1 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่นิติบุคคล (ไม่รวมมูลนิธิหรือสมาคม) และบุคคลธรรมดาผ่านระบบ e-Withholding Tax ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

          สาระสำคัญของร่างกฎหมาย

          กค. เสนอว่า

          1. โดยที่มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ประกอบกับกรมสรรพากรได้ผลักดันกระบวนการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้เสียภาษี และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมเป็น Service Provider จัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้กรมสรรพากร 4 ด้าน ได้แก่

              1.1 ผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt (ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ 23 ราย)

              1.2 ผู้ให้บริการจัดทำและยื่นแบบแสดงรายการภาษีจากระบบยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (e-Filing) (ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ 1 ราย)

              1.3 ผู้ให้บริการจัดทำและยื่นขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินจากระบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp Duty) (ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการ 5 ราย)

              1.4 ผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลบัญชีพิเศษที่ได้รับมอบหมายจากผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม (ปัจจุบันยังไม่มีผู้ให้บริการ)

          2. นอกจากนี้ เพื่อลดข้อจำกัดในด้านขีดความสามารถของผู้ประกอบการในการเชื่อมต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตนกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรดังกล่าว กรมสรรพากรได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดทำและยื่นหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือหนังสือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน Service Provider โดยกำหนดมาตรฐานในด้านความมั่นคงปลอดภัยในการให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ตามที่ สพธอ. ประกาศกำหนด1 ซึ่งส่งผลให้ Service Provider มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบรับรองระบบสารสนเทศกับ สพธอ. เฉลี่ยปีละประมาณ 250,000 บาท

          3. ดังนั้น เพื่อให้การส่งเสริมการแปลงเป็นดิจิทัล (Digital Transformation) และการใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax เป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมให้มีผู้ให้บริการในการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แทนผู้เสียภาษีที่มีข้อจำกัดในการจัดทำ ยื่น หรือส่งเอกสารด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยให้การจัดการภาษีเป็นเรื่องง่าย ลดต้นทุนของผู้ประกอบการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กค. พิจารณาแล้วเห็นควรขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีครอบคลุมถึงรายจ่ายเพื่อการตรวจสอบประเมินระบบสารสนเทศ ที่ Service Provider ต้องจ่ายให้แก่ สพธอ. ด้วย ดังนี้

              3.1 ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์) โดยมีสาระสำคัญเป็นการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นจำนวน 2 เท่า ของรายจ่าย สำหรับค่าใช้จ่าย ดังนี้

                   3.1.1 รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบภาษี e-Tax Invoice & e-Receipt (คงเดิม)

                   3.1.2 รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบภาษี e-Withholding Tax (คงเดิม)

                   3.1.3 รายจ่ายเพื่อการใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax จากผู้ให้บริการ (คงเดิม)

                   3.1.4 รายจ่ายเพื่อการใช้บริการตรวจประเมินระบบสารสนเทศที่ Service Provider จ่ายให้แก่ สพธอ. (เพิ่มเติม) ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

 

ค่าใช้จ่ายที่ได้รับยกเว้นภาษี

 

สิทธิประโยชน์

 

เงื่อนไข

1. การลงทุนในระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt)  (ร่างมาตรา 4) (คงเดิม)

[รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบการจัดทำข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือการจัดซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เก็บใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้ร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการจัดทำ ส่งมอบ รับ หรือเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ 

แต่ไม่รวมค่าซ่อมแซมอุปกรณ์และรายจ่ายของผู้ให้บริการ จัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการขายหรือการให้บริการแก่บุคคลอื่น]

 

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่ได้ลงทุนในระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt

 

ต้องจ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

ทรัพย์สินที่ลงทุนต้องมีลักษณะ (ร่างมาตรา 6) ดังนี้

- ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน

- เป็นทรัพย์สินที่นำมาหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินได้ โดยต้องได้มาและอยู่ในสภาพพร้อมใช้การได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2570

- อยู่ในราชอาณาจักร

- นำมาใช้งานเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 รอบระยะเวลาบัญชีติดต่อกัน นับแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกที่ได้มาและพร้อมใช้งาน

- ไม่เป็นทรัพย์สินที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างอื่น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

- ไม่เป็นทรัพย์สินที่นำไปใช้ในกิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน กฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

2. การลงทุนในระบบภาษีหัก ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) (ร่างมาตรา 5) (คงเดิม)

[รายจ่ายเพื่อการลงทุนในระบบการนำส่งภาษี หรือการจัดซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์อุปกรณ์เก็บใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์เครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นใด ที่ใช้ร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการนำส่งภาษีแต่ไม่รวมค่าซ่อมแซมอุปกรณ์]

 

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่ได้ลงทุนในระบบ e-Withholding Tax

 

 

3. การใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax จากผู้ให้บริการ [ร่างมาตรา 7 (1) และ (2)] (คงเดิม)

[ค่าบริการของผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ค่าบริการใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ หรือค่าบริการใช้พื้นที่เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในการนำส่งภาษี ผ่านระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax]

 

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายในการใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax จากผู้ให้บริการ และการใช้บริการ ตรวจประเมินระบบสารสนเทศ ที่ Service Provider จ่ายให้แก่ สพธอ.

 

ต้องจ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

4. การใช้บริการตรวจประเมินระบบสารสนเทศที่ Service Provider จ่ายให้แก่ สพธอ. [ร่างมาตรา 7 (3)] (เพิ่มเติม)

[ค่าบริการตรวจประเมินระบบสารสนเทศ และค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใด ที่เกี่ยวเนื่องกับการตรวจประเมินระบบสารสนเทศที่ Service Provider จ่ายให้แก่ สพธอ. สำหรับเป็นผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt จัดทำและยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบ e-Filing จัดทำและยื่นขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินจากระบบe-Stamp Duty และจัดทำและนำส่งข้อมูลบัญชีพิเศษที่ได้รับมอบหมายจากผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม]

 

 

 

 

 

              3.2 ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้ [มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax)] โดยมีสาระสำคัญเป็นการลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตราร้อยละ 52 อัตราร้อยละ 33 และอัตราร้อยละ 24 เหลืออัตราร้อยละ 1 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่นิติบุคคล (ไม่รวมมูลนิธิหรือสมาคม) และบุคคลธรรมดาผ่านระบบ e-Withholding Tax ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 ตามที่กฎกระทรวงกำหนด เช่น 

 

นิติบุคคล (ไม่รวมมูลนิธิหรือสมาคม)

 

บุคคลธรรมดา

1. เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ เช่น ค่านายหน้า ค่าโบนัส เป็นต้น

2. ค่ากู๊ดวิลล์ (ค่าความนิยมในตัวบริษัทจะเกิดขึ้นเมื่อบริษัทนั้นขายกิจการ) ค่าลิขสิทธิ์

3. ค่าเช่าทรัพย์สิน ยกเว้นค่าเช่าเรือ

4. เงินได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี เป็นต้น

5. เงินที่ได้จากการรับเหมา

6. เงินที่ได้จากการจ้างทำของ เงินรางวัลในการประกวด การแข่งขัน การชิงโชค และเงินได้จากการให้บริการอื่น

 

1. ค่าเช่าทรัพย์สิน ยกเว้นค่าเช่าเรือ

2. เงินได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี เป็นต้น

3. เงินที่ได้จากการรับเหมา

4. เงินที่ได้จากการจ้างทำของ เงินรางวัลในการประกวด การแข่งขัน การชิงโชค และเงินได้จากการให้บริการอื่น

5. ค่าแสดงของนักแสดงสาธารณะที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย

 

              อนึ่ง ในระหว่างที่ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ยังไม่มีผลใช้บังคับ กค. ได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินภาษีเพิ่มเติมสำหรับการนำส่งเงินภาษีผ่านระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินผ่านระบบ e – Withholding Tax ดังกล่าวที่ได้กระทำในระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 สามารถนำส่งเงินภาษีเพิ่มเติมได้ภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 เพื่อให้การลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่สร้างภาระแก่ผู้นำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ผ่านระบบ e-Withholding Tax ที่นำส่งเงินภาษีไม่ตรงตามอัตราที่กำหนดไว้ (อัตราร้อยละ 5 อัตราร้อยละ 3 และอัตราร้อยละ 2)

          4. กค. ได้จัดทำประมาณการการสูญเสียรายได้และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับตามมาตรา 27 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แล้ว โดยคาดว่ามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์จะทำให้สูญเสียรายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 33 ล้านบาท (รวม 2 ปีภาษี ประมาณ 66 ล้านบาท) และมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) ไม่ทำให้สูญเสียรายได้ภาษี แต่จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้น ปีละประมาณ 27,000 ล้านบาท และลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเป็น Service Provider รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรด้วย อีกทางหนึ่ง

          5. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เห็นด้วยในหลักการของร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงดังกล่าว โดยสำนักงบประมาณมีความเห็นเพิ่มเติมว่า สมควรให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการภาษีดังกล่าวให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในโอกาสแรก ตลอดจนติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ และรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการภาษีดังกล่าวเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินการตามนัยพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ต่อไป และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าอยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้

______________________

1 เป็นไปตามข้อ 7 (2) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 384 (พ.ศ. 2565) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือด้วยกระบวนการการทางอิเล็กทรอนิกส์

 2 อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตราร้อยละ 5 เช่น ค่าเช่าอาคาร ค่าแสดง เงินรางวัล เป็นต้น

3 อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตราร้อยละ 3 เช่น ค่านายหน้า ค่าลิขสิทธิ์ ค่าสอบบัญชี ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่ารับเหมา เป็นต้น

4อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตราร้อยละ 2 เช่น ค่าจ้างโฆษณา เป็นต้น

5 เป็นไปตามข้อ 2 (17/5) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 144 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 389 (พ.ศ. 2566) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ 

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 16 มิถุนายน 2569

 

g1

Click Donate Support Web 

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100