ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน

ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ขยายระยะเวลาการใช้บังคับออกไปอีก 1 ปี โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2570)

หมวดหมู่: มติ ครม.
วันที่สร้าง วันพุธ, 17 มิถุนายน 2569 12:34
ฮิต: 260

 

ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ขยายระยะเวลาการใช้บังคับออกไปอีก 1 ปี โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2570)

 

Gov 6

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอ

          สาระสำคัญของกฎกระทรวงฯ

          อก. เสนอว่า

          1. เดิมกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. 2568 ระบุให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568) ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 2948 –2562 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 5417 (พ.ศ. 2562) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เรื่อง กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหาร ลงวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2462 (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมใหม่) ทั้งนี้ ผู้ทำหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจะต้องได้รับใบอนุญาตทำหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมดังกล่าว ตามมาตรา 20 หรือมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 และผู้จำหน่ายจะต้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมดังกล่าวที่เป็นของผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งมีการแสดงเครื่องหมายมาตรฐานและเลขที่มาตรฐานถูกต้องครบถ้วน หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562

          2. ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้จัดสัมมนาเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการขอรับใบอนุญาตทำหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหาร มาตรฐานเลขที่ มอก. 2948 -2562 (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมใหม่) ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 1,005 รายและได้แสดงความคิดเห็นว่าผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นว่า ไม่พร้อมที่จะดำเนินการขอรับใบอนุญาต โดยมีการชี้แจงเหตุผลอย่างหลากหลาย เช่น ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นว่าคำว่า “ไม่สัมผัสอาหารโดยตรง” เป็นถ้อยคำที่มีความหมายกว้าง ไม่แน่ชัดว่าครอบคลุมถึงกระดาษหรือภาชนะในลักษณะใดบ้าง นอกจากนี้ กระดาษสัมผัสอาหารในกรณีนี้จะรวมถึงกระดาษประเภทเยื่อเวียนทำใหม่ (Recycled Pulp) ซึ่งผู้ประกอบการยังติดขัดในการขอเอกสารรับรองแหล่งที่มาประกอบการขออนุญาต

          3. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เสนอข้อคิดเห็นในการแก้ไขปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหาร มาตรฐานเลขที่ มอก. 2948 –2562 โดยเห็นว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบกิจการจำนวนมากที่จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาวัตถุดิบเครื่องจักร และระบบควบคุมคุณภาพของโรงงาน ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานดังกล่าว ซึ่งย่อมส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นภาระต่อผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งมีจำนวนมากในอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทย หากมีการบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. 2568
ในระยะเวลาอันใกล้โดยที่ผู้ประกอบการยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาวัตถุดิบ เครื่องจักร และระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานดังกล่าวได้ทัน อาจส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบกิจการรายย่อยถึงขั้นต้องหยุดประกอบกิจการ อีกทั้งยังอาจส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของตลาดในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ และอาจทำให้ต้องพึ่งการนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารจากต่างประเทศ และเนื่องด้วยต้นทุนการทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น ก็จะส่งผลให้ราคาสินค้าอาหารในท้องตลาดเพิ่มสูงขึ้น และจะส่งกระทบต่อผู้บริโภคทำให้ต้องซื้อสินค้าอาหารในราคาที่แพงขึ้น

          ด้วยเหตุผลดังกล่าว สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงเสนอขอให้ สมอ. พิจารณาทบทวนและมีมาตรการผ่อนผันการเลื่อนการบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 2948 -2562 ออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs มีระยะเวลาเพียงพอในการศึกษาและทำความเข้าใจข้อกำหนดมาตรฐาน ในการปรับปรุงกระบวนการผลิต การจัดหาและคัดเลือกวัตถุดิบที่เหมาะสม รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านการทดสอบและการขอรับรองมาตรฐาน เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพ และเกิดความยั่งยืนต่ออุตสาหกรรมในระยะยาว

          4. สมอ. ได้สรุปความคิดเห็นปัญหาความพร้อมในการดำเนินการขอรับใบอนุญาตทำหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหาร มาตรฐานเลขที่ มอก. 2948-2562 เสนอต่อคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ในคราวประชุม ครั้งที่ 759-3/2569 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ซึ่ง กมอ. เห็นว่าหากเมื่อถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่กฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. 2568 มีผลใช้บังคับ แต่โรงงานที่ทำภาชนะกระดาษหรือโรงพิมพ์กระดาษที่ใช้สัมผัสอาหารยังคงไม่สามารถดำเนินการขอรับใบอนุญาตได้ด้วยเหตุดังกล่าว ก็จะส่งผลกระทบทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) กล่าวคือ ผู้ทำหรือผู้นำเข้ากระดาษสัมผัสอาหารไม่สามารถทำหรือนำเข้ากระดาษสัมผัสอาหารได้ โรงงานทำกระดาษหรือโรงพิมพ์กระดาษที่ใช้สัมผัสอาหารจะต้องหยุดการผลิต ทำให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารขาดตลาด ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ที่จะต้องหาบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นมาใช้ทดแทน ซึ่งจะทำให้ต้นทุนของสินค้าในท้องตลาดเพิ่มสูงขึ้น กมอ. จึงมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. 2568 ออกไปอีก 365 วัน และให้ สมอ. ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

          5. สมอ. ได้ดำเนินการจัดทำประกาศสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหาร ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... วันที่ 18 มีนาคม 2569 เพื่อรับฟังความคิดเห็นของตัวแทนของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 โดยได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นบนระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) เป็นระยะเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2569 และประชาสัมพันธ์การรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวบนเว็บไซต์ (www.tisi.go.th/products-regulation) และเพจ facebook ของ สมอ. (www.facebook.com/tisiofficial) พร้อมทั้งได้แจ้งไปยังกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียและผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ได้แก่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายกสมาคมอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษไทย นายกสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย นายกสมาคมบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกไทย นายกสมาคมไทยค้ากระดาษและสมุด นายกสมาคมการพิมพ์ไทย นายกสมาคมการพิมพ์สกรีนไทย

          6. ในคราวประชุม กมอ. ครั้งที่ 760-4/2569 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 สมอ. ได้รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นต่อการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (ฉบับที่.) พ.ศ. .... โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวน 296 ราย เห็นด้วย จำนวน 276 ราย และไม่เห็นด้วย จำนวน 20 ราย และได้จัดทำรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็น และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย โดยได้เผยแพร่เอกสารดังกล่าวผ่านช่องทางเว็บไซต์ของ สมอ.(www.tisi.go.th) และระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th)

          7. อก.จึงได้เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารฯ มาเพื่อดำเนินการ โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมีสาระสำคัญเป็นการขยายเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. 2568 จากเดิมกำหนดให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 และแก้ไขเป็นให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2570 เป็นต้นไป

          8. ประโยชน์และผลกระทบ

              8.1 เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าอุปโภคบริโภค หากบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. 2568 ในทันทีโดยที่ผู้ทำหรือผู้นำเข้ายังไม่พร้อมจะทำให้ต้นทุนในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตและการทดสอบห้องปฏิบัติการจะถูกส่งผ่านไปยังผู้บริโภคในรูปแบบของการขึ้นราคาสินค้า ดังนั้น การขยายระยะเวลาบังคับใช้กฎกระทรวงดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้ธุรกิจขนาดเล็กต้องปิดตัวลงเนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามกฎกระทรวงได้ทันท่วงที นอกจากนี้ยังช่วยให้ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์อย่างกะทันหันในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังปรับตัว

              8.2 การป้องกันการขาดแคลนผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระดาษสัมผัสอาหารในท้องตลาด เช่น ถุงขนม ถุงหิ้วกระดาษ จานกระดาษ หรือกระดาษรองอาหาร โดยประชาชนยังสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการด้านอาหารได้ตามปกติ

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 16 มิถุนายน 2569

 

g8

Click Donate Support Web 

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100