ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน

ร่างพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติโรงแรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การแจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าว)

หมวดหมู่: มติ ครม.
วันที่สร้าง วันพฤหัสบดี, 25 มิถุนายน 2569 11:46
ฮิต: 151

 

ร่างพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติโรงแรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การแจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าว)

 

Gov 7

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติโรงแรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การแจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าว) จำนวน 2 ฉบับ ที่ตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เสนอ

          สาระสำคัญของเรื่อง

          สคก. เสนอว่า

          1. โดยที่ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจและสังคมได้เปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี และโดยที่มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน

          2. คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย มีหนังสือแจ้ง สคก. เพื่อแจ้งข้อร้องเรียนปัญหาอุปสรรคในการประกอบธุรกิจและมีข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศและลดภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนของภาคเอกชน โดยเสนอให้ทบทวนและปรับปรุงกฎหมายและกระบวนงานเกี่ยวกับการอนุญาตและการแจ้งเรื่องต่าง ๆ เพื่อลดอุปสรรคขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดภาระในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตของประชาชน

          3. คณะกรรมการพัฒนากฎหมายได้พิจารณาปัญหาและข้อเสนอของภาคเอกชนดังกล่าว เห็นว่า ปัญหาของภาคเอกชนที่ร้องเรียนมานั้นเกิดจากหลักการของกฎหมายหลายฉบับมีความล้าสมัย ไม่เหมาะสมหรือสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน มีการกำหนดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น สร้างภาระและต้นทุนเกินสมควรเมื่อเปรียบเทียบกับประโยชน์ที่สังคมหรือทางราชการจะพึงได้รับ ทั้งยังเป็นอุปสรรคในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักทางหนึ่งของประเทศ จึงมีมติให้เสนอแนวทางปรับปรุงหลักการของกฎหมายและแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามข้อร้องเรียนปัญหาของภาคเอกชนให้สอดคล้องกับหลักการพัฒนากฎหมายให้ดีขึ้น (Better Regulation) ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีหลักการเกี่ยวกับการปรับปรุงมาตรการการกำกับดูแลคนเข้าเมืองและการทำงานของคนต่างด้าว และการปรับปรุงมาตรการการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวด้วย

          4. คณะกรรมการพัฒนากฎหมายจึงได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติโรงแรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การแจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติดังกล่าวให้สอดคล้องกัน เพื่อลดภาระและอุปสรรคที่ไม่จำเป็นแก่ประชาชน ให้กฎหมายมีความทันสมัยสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน อันเป็นการสอดคล้องกับมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมีมติให้ สคก. เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวพร้อมกันต่อไป สคก. จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติโรงแรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รวม 2 ฉบับมาเพื่อดำเนินการ ดังนี้

              4.1 ร่างพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 โดยแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแจ้งการพักอาศัยของคนต่างด้าว และกำหนดจำนวนคนต่างด้าวซึ่งจะมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร เพื่อลดภาระและอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งแก้ไขโทษอาญา (โทษปรับ) เป็นโทษปรับทางพินัย เพื่อให้เป็นไปตามหลักการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยสรุปได้ ดังนี้

 

พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง .. 2522

 

ร่างพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง (ฉบับที่ ..)

1. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยาม เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างการบังคับบัญชาของ ตร. ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 และพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 (ร่างมาตรา 3)

● “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมตำรวจ (มาตรา 4)

 

ยกเลิกบทนิยามคำว่าอธิบดี (ร่างมาตรา 3)

(เนื่องจากอธิบดีกรมตำรวจปัจจุบันคือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงต้องยกเลิกบทนิยามดังกล่าว)

● แก้ไขคำว่า อธิบดีเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

● แก้ไขคำว่า กองตรวจคนเข้าเมืองเป็นสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) (ร่างมาตรา 4)

2. การห้ามประกอบอาชีพของคนต่างด้าวและแจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าว (ร่างมาตรา 5 ยกเลิกมาตรา 37)

          2.1 ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับการห้ามประกอบอาชีพของคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 37 (1) เนื่องจากการประกอบอาชีพของคนต่างด้าวมีกำหนดไว้แล้วในพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 [ร่างมาตรา 5 ยกเลิกมาตรา 37 (1)]

          2.2 แก้ไขเพิ่มเติมการแจ้งการพักอาศัยของคนต่างด้าว

                  - ยกเลิกหน้าที่ที่คนต่างด้าวต้องแจ้งการเข้าพักอาศัยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อมิให้ซ้ำซ้อนกับการแจ้งของเจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน ที่ต้องแจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าวเช่นเดียวกันตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือการแจ้งเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าวโดยผู้จัดการโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัยตามมาตรา 37 (2) [ร่างมาตรา 5 ยกเลิกมาตรา 37 (2)]

                  - ยกเลิกการแจ้งย้ายที่พักอาศัยหรือเปลี่ยนที่พักอาศัยภายใน 24 ชั่วโมงและกรณีการเดินทางไปอยู่ต่างจังหวัดเกิน 24 ชั่วโมง ตามมาตรา 37 (3) และ (4) เนื่องจากได้มีการออกระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการแจ้งการเปลี่ยนที่พักอาศัย การย้ายที่พักอาศัย การเดินทางไปอยู่ต่างจังหวัดเกิน 2 ชั่วโมง และการอยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วันของคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 14 มกราคม 2563 ยกเว้นการปฏิบัติดังกล่าวแล้วไว้ในข้อ 6 (ปัจจุบันไม่ได้มีการแจ้งอยู่แล้ว) [ร่างมาตรา 5 ยกเลิกมาตรา 37 (3) และ (4)] ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องระบุเรื่องดังกล่าวไว้ในพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองฯ อีก

          2.3 การแก้ไขเพิ่มเติมการแจ้งที่พักอาศัยกรณีอยู่เกิน 90 วัน เห็นว่า เป็นกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อย หรือสวัสดิภาพของประชาชน และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่คนต่างด้าว จึงได้กำหนดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวในกรณีดังกล่าวได้ตามความจำเป็น [ร่างมาตรา 5 ยกเลิกมาตรา 37 (5)]

มาตรา 37 คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) ไม่ประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ

(2) พักอาศัย ณ ที่ที่ได้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุผลสมควรไม่สามารถพักอาศัย ณ ที่ที่ได้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้แจ้งการเปลี่ยนที่พักอาศัยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่เข้าพักอาศัย

(3) แจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ณ สถานีตำรวจห้องที่ที่คนต่างด้าวผู้นั้นพักอาศัยภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ย้ายไป ในกรณีเปลี่ยนที่พักอาศัย และถ้าที่พักอาศัยใหม่อยู่ต่างท้องที่กับสถานีตำรวจท้องที่เดิม คนต่างด้าวผู้นั้นต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ณ สถานีตำรวจท้องที่ที่ไปพักอาศัยใหม่ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ไปถึงด้วย 

(4) ถ้าเดินทางไปจังหวัดใดและอยู่ในจังหวัดนั้นเกิน 24 ชั่วโมง ให้คนต่างด้าวผู้นั้นแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ณ สถานีตำรวจห้องที่ภายใน 48 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ไปถึง

(5) ถ้าอยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วัน คนต่างด้าว ผู้นั้นต้องมีหนังสือแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองตรวจคนเข้าเมืองทราบถึงที่พักอาศัยของตุนโดยมิชักช้าเมื่อครบระยะ 90 วัน และต่อไปให้กระทำเช่นเดียวกัน ทุกระยะ 90 วัน ถ้าท้องที่ใดมีที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองตั้งอยู่จะแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองแห่งนั้นก็ได้

          ความใน (3) และ (6) จะมีให้ใช้บังคับแก่กรณีใดตามมาตรา 34 โดยเงื่อนไขอย่างใด ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด

          การแจ้งตามมาตรานี้ คนต่างด้าวอาจไปแจ้งด้วยตนเองหรือมีหนังสือแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้ ทั้งนี้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

 

มาตรา 37 ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อย หรือสวัสดิภาพของประชาชน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอาจกำหนดให้คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วันต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ สตม. ทราบถึงที่พักอาศัยของตน ทั้งนี้ ตามวิธีการและระยะเวลาที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด (ร่างมาตรา 5)

3. แก้ไขเพิ่มเติมการแจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าว เนื่องจากปัจจุบันการแจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าวโดยผู้จัดการโรงแรม ผู้จัดการโรงแรมต้องแจ้งตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกและลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินการให้กับผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม จึงได้กำหนดให้การแจ้งเข้าพักอาศัยดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมเพียงฉบับเดียว (ร่างมาตรา 6 ยกเลิกมาตรา 38)

มาตรา 38 เจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถานหรือผู้จัดการโรงแรมซึ่งรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัยจะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ที่บ้าน เคหสถาน หรือโรงแรมนั้นตั้งอยู่ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ถ้าท้องที่ใดไม่มีที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองตั้งอยู่ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ณ สถานีตำรวจท้องที่นั้น

ในกรณีที่บ้าน เคหสถาน หรือโรงแรมที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัยตามวรรคหนึ่งตั้งอยู่ในเขตห้องที่กรุงเทพมหานคร ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองตรวจคนเข้าเมือง

การแจ้งตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

 

มาตรา 38 เจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถานหรือผู้จัดการโรงแรมซึ่งรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัยให้แจ้งการเข้าพักอาศัยของคนต่างด้าว ดังต่อไปนี้

(1) กรณีที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัยในบ้านหรือเคหสถานให้เจ้าบ้าน หรือเจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน ซึ่งรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัย แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย (คงเติม)

(2) กรณีที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัยในโรงแรมให้ผู้จัดการโรงแรมแจ้งการเข้าพักอาศัยตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม (ปรับปรุง)

การแจ้งตาม (1) ให้เป็นไปตามระเบียบที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด โดยการแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ให้กระทำได้ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ (เพิ่มเติม) (ร่างมาตรา 6)

4. แก้ไขการกำหนดจำนวนคนต่างด้าวหรือคนไร้สัญชาติซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี โดยให้สามารถพิจารณากำหนดจำนวนที่เหมาะสมได้เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของประเทศ (เดิมที่กำหนดจำนวนคนต่างด้าว ซึ่งจะมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปีได้ไม่เกินประเทศละ 100 คนต่อปี และสำหรับคนไร้สัญชาติไม่เกิน 50 คนต่อปี เป็นไม่ระบุจำนวนในแต่ละปี) (ร่างมาตรา 7 ยกเลิกมาตรา 40)

● มาตรา 40 ภายใต้บังคับมาตรา 42 มาตรา 43 และมาตรา 51 ให้รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดจำนวนคนต่างด้าวซึ่งจะมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี แต่มิให้เกินประเทศละ 100 คนต่อปี และสำหรับคนไร้สัญชาติมิให้เกิน 50 คนต่อปี

ฯลฯ

 

มาตรา 40 ภายใต้บังคับมาตรา 42 มาตรา 53 และมาตรา 51 ให้รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศกำหนดจำนวนคนต่างด้าวหรือคนไร้สัญชาติ ซึ่งจะมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปีโดยคำนึ่งถึงการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หลักถ้อยทีถ้อยประติบัติ และความมั่นคงปลอดภัยของประเทศเป็นสำคัญ (ร่างมาตรา 7)

5. แก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดความผิดและบทกำหนดโทษ เพื่อให้สอดคล้องกับการกำหนดเรื่องการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวตามร่างมาตรา 5 หรือมาตรา 6 แล้วแต่กรณี และได้แก้ไขโทษอาญา (โทษปรับ) เป็นโทษปรับทางพินัย เพื่อให้เป็นไปตามหลักการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ให้กำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง (ร่างมาตรา 9 ยกเลิกมาตรา 76 และมาตรา 77) รวมทั้งยกเลิกการกำหนดห้ามคนต่างด้าวประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานตามที่เคยกำหนดไว้ในมาตรา 37 (1) (ร่างมาตรา 8 ยกเลิกมาตรา75)

● มาตรา 76 คนต่างด้าวผู้ใดไม้ปฏิบัติตามมาตรา 37 (2) (3) (4) หรือ (5) ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาทและปรับอีกไม่เกินวันละ200 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

● มาตรา 77 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 38 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่ถ้าผู้นั้นเป็นผู้จัดการโรงแรม ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 10,000 บาท

 

มาตรา 76 คนต่างด้าวผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 39 (แจ้งที่พักอาศัยกรณีอยู่เกิน 90 วัน) มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย ไม่เกิน 5,000 บาท และชำระค่าปรับเป็นพินัยอีกไม่เกินวันละ 200 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง (ร่างมาตรา 9)

● มาตรา 77 เจ้าบ้าน หรือเจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถานผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 38 (1) (แจ้งที่พักอาศัยในบ้านหรือเคหสถาน ซึ่งคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย) มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 2,000 บาท (ร่างมาตรา 9)

● มาตรา 75 คนต่างด้าวผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 37 (1) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

● ร่างมาตรา 8 ให้ยกเลิกมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เนื่องจากยกเลิกการกำหนดห้ามคนต่างด้าวประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานตามที่เคยกำหนดไว้ในมาตรา 37 (1) แล้ว จึงต้องยกเลิกมาตรา 75 ซึ่งเป็นบทกำหนดโทษสำหรับกรณีดังกล่าวด้วย

6. เพิ่มบทเฉพาะกาล เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการเข้าพักอาศัย การเปลี่ยนที่พักอาศัย และการกำหนดจำนวนคนต่างด้าวซึ่งจะมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ที่ได้ดำเนินการอยู่ก่อนตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพื่อความต่อเนื่องในการดำเนินการตามกฎหมาย (ร่างมาตรา 10)

-ไม่มี-

 

● บรรดาระเบียบและประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เฉพาะที่เกี่ยวกับการเข้าพักอาศัย ณ ที่ที่ได้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเปลี่ยนที่พักอาศัยและการกำหนดจำนวนคนต่างด้าวซึ่งจะมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีระเบียบหรือประกาศตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

7. ผู้รักษาการ โดยกำหนดรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองฯ เนื่องจากวงพระราชบัญญัตินี้มีบทเฉพาะกาล จึงจำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบกำกับดูแลการบังคับใช้และการปฏิบัติ ให้เป็นไปตามกฎหมาย (ร่างมาตรา 11)

● ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียม กับค่าทำการและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

         กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

● ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชบัญญัติ

 

 

              4.2 ร่างพระราชบัญญัติโรงแรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 โดยแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้จัดการโรงแรมบันทึกรายการเกี่ยวกับผู้พักโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และให้ส่งข้อมูลทะเบียนผู้พักให้นายทะเบียนโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และให้ส่งข้อมูลเฉพาะกรณีผู้พักที่เป็นคนต่างด้าวแก่ สตม. กับให้นายทะเบียนและกรมการปกครองมีหน้าที่จัดเก็บ รวบรวม และเปิดเผยข้อมูลทะเบียนผู้พัก ที่ได้รับจากโรงแรม นอกจากนั้น ได้แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษปรับทางปกครองให้เป็นมาตรการปรับเป็นพินัย โดยสรุปได้ ดังนี้

 

พระราชบัญญัติโรงแรม ..2548

 

พระราชบัญญัติโรงแรม (ฉบับที่ ..)

1. เพิ่มเติมบทนิยาม เพื่อให้สอดคล้องกับบทนิยามตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง (ร่างมาตรา 3)

● “ผู้พัก” หมายความว่า คนเดินทางหรือบุคคลอื่นใด ที่ใช้บริการที่พักชั่วคราวของโรงแรม

● “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (มาตรา 4)

ฯลฯ

 

● เพิ่มบทนิยามคำว่า “คนต่างด้าว” หมายความว่า คนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง (ร่างมาตรา 3)

2. แก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่ของผู้จัดการโรงแรม ดังนี้

2.1 ให้ผู้จัดการโรงแรมบันทึกรายการเกี่ยวกับผู้พักโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และลดภาระให้เหลือเพียงเท่าที่จำเป็น [กำหนดให้บันทึกเฉพาะในทะเบียนผู้พัก (ร.ร. 4) โดยตัดกรณีบัตรทะเบียนผู้พัก (ร.ร.3) และหน้าที่ในเก็บรักษาเอกสารดังกล่าวออก] (ร่างมาตรา 4 ยกเลิกมาตรา 35)

2.2 ให้ผู้จัดการโรงแรมส่งข้อมูลทะเบียนผู้พักในแต่ละวันให้นายทะเบียนทุก 24 ชั่วโมงโดยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ และให้นายทะเบียน (อธิบดีกรมการปกครองในเขตกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตจังหวัดอื่น ๆ) มีหน้าที่ส่งข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวกับผู้พักซึ่งเป็นคนต่างด้าวให้ สตม. และเพิ่มเติมหน้าที่ของนายทะเบียนและกรมการปกครองในการจัดเก็บ รวบรวม และเปิดเผยข้อมูลทะเบียนผู้พักที่ได้รับจากโรงแรมสำหรับกรณีที่มีหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายเกี่ยวข้องร้องขอข้อมูลในทะเบียนผู้พักต่อนายทะเบียนหรือกรมการปกครอง โดยชี้แจงวัตถุประสงค์และเหตุผลความจำเป็นในการนำไปใช้ประโยชน์แก่ราชการ ตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานนั้น (ร่างมาตรา 4 ยกเลิกมาตรา 36)

2.3 เพิ่มเติมให้กรมการปกครองจัดให้มีวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการบันทึกข้อมูลทะเบียนผู้พัก (ร่างมาตรา 9)

2.4 ยกเลิกหน้าที่ของผู้จัดการโรงแรมที่ต้องดำเนินการขอคัดลอกสำเนาทะเบียนผู้พักจากนายทะเบียนมาเก็บรักษาไว้แทนในกรณีที่ทะเบียนผู้พักที่เก็บรักษาไว้ในโรงแรมสูญหายหรือถูกทำลายตามมาตรา 37เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบของการบันทึกรายการเกี่ยวกับผู้พักโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และการตัดหน้าที่ในการเก็บรักษาบัตรทะเบียนผู้พักออก (ร่างมาตรา 5 ยกเลิกมาตรา 37 )

มาตรา 35 ผู้จัดการต้องจัดให้มีการบันทึกรายการต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้พักและจำนวนผู้พักในแต่ละห้องลงในบัตรทะเบียน ผู้พักในทันทีที่มีการเข้าพัก โดยให้ผู้พักคนใดคนหนึ่งเป็น ผู้ลงลายมือชื่อในบัตรทะเบียนผู้พัก หากผู้พักมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์และเข้าพักตามลำพัง ให้ผู้จัดการหรือผู้แทนลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย และนำไปบันทึกลงในทะเบียนผู้พักให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากมีการลงทะเบียนเข้าพัก 

          ถ้ารายการซึ่งจะต้องบันทึกลงในทะเบียนผู้พักตาม วรรคหนึ่งซ้ำกับรายการวันก่อนให้บันทึกรายการดังกล่าว ว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง

          การบันทึกรายการต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้เข้าพักลงในบัตรทะเบียน ผู้พักและทะเบียนผู้พักต้องบันทึกทุกรายการให้ครบถ้วน ห้ามมิให้ปล่อยช่องว่างไว้โดยไม่มีเหตุผลสมควร ผู้จัดการต้องเก็บรักษาบัตรทะเบียนผู้พักและทะเบียนผู้พักไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี และต้องให้อยู่ในสภาพที่ตรวจสอบได้

          บัตรทะเบียนผู้พักและทะเบียนผู้พัก ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

มาตรา 36 ผู้จัดการต้องส่งสำเนาทะเบียนผู้พักในแต่ละวันไปให้นายทะเบียนทุกสัปดาห์แล้วให้นายทะเบียนทำใบรับมอบให้ไว้เป็นสำคัญหากโรงแรมใดอยู่ห่างไกลหรือไม่สามารถส่งได้ตามกำหนดดังกล่าว ให้นายทะเบียน พิจารณากำหนดระยะเวลาส่งสำเนาดังกล่าวแล้วแจ้งให้ผู้จัดการทราบ

 

มาตรา 35 ผู้จัดการต้องจัดให้มีการบันทึกรายการต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้พักทุกคนและจำนวนผู้พักในแต่ละห้องลงในทะเบียนผู้พักในทันทีที่มีการเข้าพัก

          ถ้ารายการซึ่งจะต้องบันทึกลงในทะเบียนผู้พักตามวรรคหนึ่ง ซ้ำกับรายการวันก่อน ให้บันทึกรายการดังกล่าวว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง

          การบันทึกรายการต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้พักลงในทะเบียนผู้พัก ต้องบันทึกทุกรายการให้ครบถ้วน ห้ามมิให้ปล่อยช่องว่างไว้โดยไม่มีเหตุผลสมควร

          ทะเบียนผู้พัก ให้ทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และ มีข้อความตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ทั้งนี้ โดยให้ คำนึ่งถึงการจำแนกกลุ่มผู้พักซึ่งเป็นคนต่างด้าวเพื่อส่งข้อมูล ให้แก่ สตม. ตามมาตรา 36 ด้วย 

(ร่างมาตรา 4)

มาตรา 36 ผู้จัดการต้องส่งข้อมูลทะเบียนผู้พักในแต่ละวันให้นายทะเบียนทุก 24 ชั่วโมงโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และให้นายทะเบียนส่งข้อมูลของผู้พักซึ่งเป็นคนต่างด้าวในแต่ละวันให้ สตม. ทั้งนี้ กำหนดระยะเวลาการส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กรมการปกครองและ สตม. ตกลงร่วมกัน

          ให้นายทะเบียนจัดเก็บข้อมูลทะเบียนผู้พักที่ได้รับจากโรงแรมในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบและสามารถสืบค้นได้โดยง่าย รวมทั้งจัดส่งไปรวบรวมและจัดเก็บที่กรมการปกครองอย่างน้อยทุกสัปดาห์

          ในกรณีที่มีหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ร้องขอข้อมูลในทะเบียนผู้พักต่อนายทะเบียนหรือกรมการปกครอง โดยชี้แจงวัตถุประสงค์และเหตุผลความจำเป็นในการนำไปใช้ประโยชน์แก่ราชการตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานนั้นหากนายทะเบียนหรือกรมการปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเหตุผลตามที่ร้องขอให้นายทะเบียนหรือกรมการปกครองจัดส่งข้อมูลให้หน่วยงานนั้นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ 

(ร่างมาตรา 4)

- ไม่มี -

 

● ร่างมาตรา 9 ให้กรมการปกครองจัดให้มีวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการบันทึกข้อมูลทะเบียนผู้พัก ตามมาตรา 35 และการจัดส่งข้อมูลตามมาตรา36แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา 37 ในกรณีที่ทะเบียนผู้พักที่เก็บรักษาไว้ในโรงแรมสูญหายหรือถูกทำลาย ผู้จัดการต้องดำเนินการขอคัดลอกสำเนาทะเบียนผู้พักนั้นจากนายทะเบียนมาเก็บ

 

ให้ยกเลิกมาตรา 7 (ร่างมาตรา 5)

(ยกเลิกหน้าที่ของผู้จัดการโรงแรมที่ต้องดำเนินการขอคัดลอกสำเนาทะเบียนผู้พักจากนายทะเบียนมาเก็บรักษาไว้แทนในกรณีที่ทะเบียนผู้พักที่เก็บรักษาไว้ในโรงแรมสูญหายหรือถูกทำลายตามมาตรา 37เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบของการบันทึกรายการเกี่ยวกับผู้พักโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และการตัดหน้าที่ในการเก็บรักษาบัตรทะเบียนผู้พักออก)

3. แก้ไขชื่อส่วนที่ 2 โทษปรับทางปกครอง ของหมวด 6 บทกำหนดโทษ แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 เป็น “ส่วนที่ 2 โทษปรับทางปกครองและมาตรการปรับเป็นพินัย” เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษ ตามมาตรา 35 และมาตรา 36 จาก “โทษปรับทางปกครอง” ให้เป็นมาตรการปรับเป็นพินัย

หมวด 6

บทกำหนด

­­­­­­­­­­­­­­___________

ฯลฯ ฯลฯ

ส่วนที่ 2

โทษปรับทางปกครอง

___________

 

● ให้ยกเลิกชื่อส่วนที่ 2 โทษปรับทางปกครอง ของหมวด 6 บทกำหนดโทษ แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ส่วนที่ 2

โทษปรับทางปกครองและมาตรการปรับเป็นพินัย”

(ร่างมาตรา 6)

4. แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษ และเพิ่มการกำหนดมาตรการปรับเป็นพินัย ดังนี้

4.1 แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษตามมาตรา 56 กรณีผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมผู้ขอรับโอนใบอนุญาตตามมาตรา 25 ผู้จัดการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งเป็นผู้จัดการตามมาตรา 32 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 34 (10) หรือมาตรา 38 เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 35 และมาตรา 36
4.2 แยกสภาพบังคับของมาตรา 35 และมาตรา 36 ให้เป็นมาตรการปรับเป็นพินัย (เดิมเป็นโทษปรับทางปกครอง) โดยกำหนดมาตรการปรับเป็นพินัยสำหรับกรณีที่ผู้จัดการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งเป็นผู้จัดการตามมาตรา 32 ซึ่งไม่ปฏิบัติตามมาตรา 35 (การบันทึกรายการผู้พัก) และมาตรา 36 วรรคหนึ่ง (การส่งข้อมูลผู้พักทุก 24 ชั่วโมงโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์) 

(ร่างมาตรา 7 ยกเลิกมาตรา 56 ร่างมาตรา 8 เพิ่มมาตรา 58/1)

มาตรา 56 ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตตามมาตรา 25 ผู้จัดการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งเป็นผู้จัดการตามมาตรา 32 ผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 34 (10) มาตรา 35 วรรคหนึ่งหรือวรรคสี่ มาตรา 36 มาตรา 37 หรือมาตรา38 ต้องระวางโทษปรับทางปกครองตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท

 

มาตรา 56 ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ผู้ขอรับโอนใบอนุญาตตามมาตรา 25 ผู้จัดการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งเป็นผู้จัดการตามมาตรา 32 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 34 (10) หรือมาตรา 38 ต้องระวางโทษปรับทางปกครองตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท (ร่างมาตรา 7)

   

เพิ่มมาตรา 58/1 ในส่วนที่ 2 โทษปรับทางปกครองและมาตรการปรับเป็นพินัย ของหมวด 6 บทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 (ร่างมาตรา 8)

          “มาตรา 58/1 ผู้จัดการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งเป็นผู้จัดการตามมาตรา 32 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 35 และมาตรา 36 วรรคหนึ่ง มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท” (เดิมเป็นโทษปรับทางปกครอง)

5. เพิ่มบทเฉพาะกาล

5.1 สำหรับกรณีการบันทึกและจัดส่งข้อมูลทะเบียนผู้พักด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามร่างมาตรา 9 ยังไม่แล้วเสร็จ ให้ผู้จัดการโรงแรมจะบันทึกรายการทะเบียนผู้พักในรูปแบบเอกสารหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้แต่ให้ส่งข้อมูลทะเบียนผู้พักในแต่ละวันให้นายทะเบียนด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดส่งให้นายทะเบียน ทุก 24 ชั่วโมง และพร้อมกันนั้นให้ส่งข้อมูลกลุ่มผู้พักซึ่งเป็นคนต่างด้าวให้ สตม. ด้วย และสำหรับกรณีที่กรมการปกครองจัดให้มีวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการบันทึกข้อมูลทะเบียนผู้พักไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด 1 ปี ให้นายทะเบียนมีหน้าที่จัดส่งข้อมูลคนต่างด้าวให้ สตม. นับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าวเป็นต้นไป (ร่างมาตรา 10)

5.2 ให้สามารถใช้ทะเบียนผู้พัก (ร.ร.4) ที่ได้มีการประกาศกำหนดตามมาตรา 35 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ไปพลางก่อน หากยังไม่มีการประกาศกำหนดแบบทะเบียนผู้พักตามมาตรา 35 วรรคสี่แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีการประกาศกำหนดแบบทะเบียนผู้พักดังกล่าว (ร่างมาตรา 11)

- ไม่มี -

 

ร่างมาตรา 10 ในวาระเริ่มแรก ในระหว่างที่วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 9 ยังไม่แล้วเสร็จ ผู้จัดการโรงแรมจะบันทึกรายการทะเบียน ผู้พักในรูปแบบเอกสารหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ แต่ให้ส่งข้อมูลทะเบียนผู้พักในแต่ละวันให้นายทะเบียนด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดส่งให้นายทะเบียนทุก 24 ชั่วโมง และพร้อมกันนั้นให้ส่งข้อมูลกลุ่มผู้พักซึ่งเป็นคนต่างด้าว ให้ สตม. ด้วย

          เมื่อครบ 1 ปี แล้วหากกรมการปกครองยังจัดทำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 9 ไม่แล้วเสร็จให้ผู้จัดการโรงแรมและนายทะเบียนปฏิบัติตามมาตรา 35 วรรคสี่ และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ นับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าวเป็นต้นไป

ร่างมาตรา 11 เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้วในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศกำหนดแบบทะเบียนผู้พักตามมาตรา 35 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้จัดการโรงแรมบันทึกข้อมูลทะเบียนผู้พักตามแบบที่ได้มีการประกาศกำหนดตามมาตรา 35 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ไปพลางก่อน และจัดส่งตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีประกาศกำหนดแบบทะเบียนผู้พักตามมาตรา 35 วรรคสี่แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

6. ผู้รักษาการ โดยกำหนดรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 เนื่องจากร่างพระราชบัญญัตินี้มีบทเฉพาะกาล จึงจำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบกำกับดูแลการบังคับใช้และการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย

● ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งนายทะเบียนออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ยกเว้นค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอื่นหรือออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

          กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

● ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

7. วันใช้บังคับ

● ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

              5. ประโยชน์และผลกระทบ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับนี้จะช่วยลดต้นทุน ภาระ และอุปสรรคที่ไม่จำเป็น รวมทั้งลดหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่ซ้ำซ้อนให้แก่ประชาชน อันจะส่งผลเป็นการดึงดูดให้คนต่างด้าวที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุนหรือท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งสามารถช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวมได้ นอกจากนั้น การแก้ไขบทกำหนดโทษให้เป็นมาตรการปรับเป็นพินัย จะช่วยสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อีกทางหนึ่งด้วย 

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 23 มิถุนายน 2569

 

g1

Click Donate Support Web 

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100