
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลังเลที่จะตอบคำถามที่ว่า เขาสามารถรับประกันได้หรือไม่ว่าอิหร่านจะไม่นำกำไรจากการขายน้ำมันไปใช้ในการสร้างกองทัพขึ้นใหม่ภายหลังสงครามกับสหรัฐฯและอิสราเอล
ทรัมป์ กล่าวว่าคาดว่าจะนำเงินดังกล่าวไปใช้ในการซื้อสินค้าเกษตรของอเมริกา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางของอิหร่านกล่าวว่า ประเทศอิหร่านไม่มีข้อผูกมัดที่จะต้องซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐอเมริกา
“ก็พวกเขาไม่ควรทำอย่างนั้น ดังนั้นเราคงต้องรอดูกันต่อไป” ทรัมป์กล่าวกับอีมอน เจเวอร์ ส ผู้สื่อข่าวซีเอ็นบีซี ที่ทำเนียบขาวระหว่างพิธีลงนามคำสั่งบริหาร เมื่อถูกถามว่าเขาสามารถรับประกันได้หรือไม่ว่าอิหร่านจะไม่นำเงินจากน้ำมันไปใช้ในทางนั้น
“แต่พวกเขาควรนำเงินไปซื้ออาหารให้ประชาชนของตน เพราะตอนนี้ประชาชนของพวกเขากำลังอดอยาก และพวกเขาก็ซื้ออาหารจากเราแต่เพียงอย่างเดียว เช่น ข้าวโพดและถั่วเหลือง” ทรัมป์กล่าว
“น่าจะเป็นเงินจำนวนมาก” เขากล่าว “ผมหวังว่ามันจะเป็นเงินจำนวนมากจริงๆ”
ทรัมป์ ยังกล่าวอีกว่า เงินทุนของอิหร่านที่กำลังถูกปลดล็อกตามบันทึกความเข้าใจระหว่างสองประเทศนั้น “จะถูกนำไปใช้ซื้ออาหาร และอาหารเหล่านั้นจะถูกซื้อผ่านทางสหรัฐอเมริกาเท่านั้น จากเกษตรกรของเรา และข้าวโพด ถั่วเหลือง และสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาต้องการจะถูกซื้อจากเกษตรกรของเรา”
'ดังนั้นเกษตรกรของเราจึงมีความสุขมาก'ทรัมป์กล่าว
คำตอบของทรัมป์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังสก็อตต์ เบสเซนต์ อนุญาตให้นำเข้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากอิหร่านเข้าสู่สหรัฐฯ อย่างน้อยจนถึงเดือนสิงหาคม โดยพิจารณาจากความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพระหว่างสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสหรัฐฯ ในสวิตเซอร์แลนด์
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กองทัพเรือสหรัฐฯได้ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน ซึ่งนับตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมาได้ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันอิหร่านที่ขนส่งเพื่อส่งออกลดลงอย่างมาก
อับดุลนาเซอร์ เฮมมาติ ผู้ว่าการธนาคารกลางของอิหร่าน กล่าวกับสำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านเมื่อวันจันทร์ว่า “ไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ในการซื้อปัจจัยการผลิตทางการเกษตรจากสหรัฐอเมริกา” สำนักข่าวรายงาน
“จากบันทึกข้อตกลงที่ลงนามกันไว้ ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ในการซื้อปัจจัยการผลิตทางการเกษตรจากสหรัฐอเมริกา” เฮมมาติกล่าว ตามรายงานของทัสนิม
มีรายงานว่าเฮมมาติยังกล่าวอีกว่า หากราคาและคุณภาพของสินค้าสหรัฐฯ ดีกว่าเมื่อเทียบกับสินค้าจากประเทศอื่นๆ ก็ไม่มีข้อห้ามใดๆ ในการซื้อสินค้าอเมริกัน
“เราจำเป็นต้องซื้อสินค้าจำเป็นและยามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ทุกปี และเราไม่สนใจว่าเราจะจ่ายเงินสำหรับสินค้าจำเป็นเหล่านี้จากแหล่งใด” เขากล่าว ตามรายงานของสำนักข่าวทัสนิม















